อกหักชอกช้ำระกำใจไปตามๆกันสำหรับสาวก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่สามารถ คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรได้ หลังจากพ่ายแพ้ ให้กับ “สิงห์บลู” เชลซี ไป 0-1 ในเกมรอบชิง ชนะเลิศ ที่ดราเกา สตาดิโอน ในเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส

ก่อนลงสนามใครก็มองว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่า จากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา แม้ว่าในเกมลีกที่เพิ่ง เจอกันมา เชลซีจะบุกไปชนะมาได้ 2-1 ก็ตาม โดย “เรือใบสีฟ้า” มีขุมกำลังอยู่ในช่วงพีกสุดๆ อีกด้วย ทั้งเควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเดน, อิลคาย กุนโดกัน, รูเบน ดิอาส และ จอห์น สโตนส์ ที่ถือว่ากำลังท็อปฟอร์ม

ส่วนเชลซีก็ไม่ต่างกันมากนักมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์, ไค ฮาเวิร์ตซ์, ฮาคิม ซิเยค, คริสเตียน พูลิซิช ที่พร้อมจะลงมาล่าตาข่าย

เรียกได้ว่าทั้งสองทีมใส่กันหมดทุกอย่างจริงๆ สำหรับเกมนี้จนสุดท้ายเป็น ไค ฮาเวิร์ตซ์ มิดฟิลด์ตัวรุกชาวเยอรมัน ที่แฟนบอลหลายทีมค่อนขอดว่า ซื้อมาแพงไม่คุ้มค่าตัวรับบทเป็นฮีโร่ซัดประตูชัย พาเชลซีเอาชนะไปได้ 1-0 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่ 2 ของสโมสรมาครองได้สำเร็จ

แม้ว่าฮาเวิร์ตซ์สมควรจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ฮีโร่ของทัพ “สิงห์บลู” หลังจากทำประตูพาทีมเฮ

แต่คนที่ควรจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฮีโร่ตัวจริงนั้น ก็คงไม่พ้นเอ็นโกโล ก็องเต มิดฟิลด์จอมขยันทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้

ก็องเตทำได้อย่างโดดเด่นในจังหวะการตัดเกม คู่ต่อสู้ หรือการชะลอเกมรุกต้องบอกได้เลยว่าอดีต แข้งเลสเตอร์ทำได้ดีจริงๆตัดเกมได้ 2 หน แท็กเกิลชนะ 3 หน เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 4 ครั้ง

แนวรุก “เรือใบสีฟ้า” ต่อเกมขึ้นมาดีๆ มาเจอก็องเตคอยชะลอเอาไว้จนทำให้จังหวะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็น

นอกจากนั้นในจังหวะบุก “ก็องเต” ก็ยังช่วย เดินเกมพาบอลขึ้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม เช่นเดียวกัน

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมทูเคิลถึงต้องรอดูอาการ ของก็องเตจนวินาทีสุดท้าย

"ก็องเต" ฮีโร่สิงห์ที่แท้จริง

บอกตรงๆ  สมัครufabet  ถ้าแดนกลาง “สิงห์บลู” ขาด “ก็องเต” ในเกมนี้แล้วละก็ รับรองว่าผลการแข่งขัน จะไม่ออกมาแบบนี้แน่

ถ้าย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ของก็องเตใน 6 ปีล่าสุด มีเพียงแค่ปี 2020 เท่านั้นที่ไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ ปี 2016 แชมป์พรีเมียร์ลีก (เลสเตอร์), ปี 2017 แชมป์พรีเมียร์ลีก (เชลซี), ปี 2018 แชมป์โลก (ฝรั่งเศส), ปี 2019 แชมป์ยูโรปา ลีก (เชลซี) และปี 2021 แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (เชลซี)

ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยแม้แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเองทั้งๆที่ตัวเองมีความสามารถเต็มเปี่ยม คอยปิดทองหลังพระสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม
มาตลอดโดยไม่เคยปริปากบ่นซักคำ

แถมเวลาได้ชัยชนะมาก็ถ่อมตนเสมอให้ เพื่อนๆดีใจกันอย่างเต็มที่ไปก่อน ส่วนตัวเองก็ทำได้ เพียงแค่แอบถ่ายรูปเงียบๆคนเดียวไปตามประสาคนขี้อาย

มองการเล่นของก็องเตแล้วเชื่อว่าแฟน “สิงห์บลู” คงนึกถึงโคลด มาเกเลเล อดีตตำนานของทีมที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันแบบนี้ แถมสไตล์การเล่นถอดแบบกันมาเป๊ะๆ

อย่างไรก็ตาม กองกลางวัย 30 ปี เหนือกว่า ตรงที่สามารถขับเคลื่อนเกมรุกได้ดีกว่า

จากฟอร์มแบบนี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ก็องเตจะเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ ของปีนี้ไปครอง

แต่ถ้าก็องเตสามารถพาฝรั่งเศสเถลิงแชมป์ยูโร 2020 มาครองได้ละก็

รับรองรางวัล “ลูกบอลทองคำ” ไม่หนีไป ไหนแน่นอน.

อ่านข่าวกีฬาได้ก่อนใครที่นี่ NT88.BET

ฝากกดติดตาม Line Official Account >>> @nt88 <<< ของเราด้วย


Cr. ภาพ : MFL

เว็บเดิมพันอันดับ1